ราคาหุ้นของ SINGER ยังคงเดินหน้าบวกต่อ วันนี้ดีดขึ้นไปเฉียดซิลลิ่งได้ท่ามกลางตลาดหุ้นผันผวน ดันราคาหุ้นทำนิวไฮรอบ 2 ปี 4 เดือน แต่สิ่งที่น่าแปลกใจกว่าก็คือ นักวิเคราะห์เริ่มมองว่ากำไรสุทธิปีนี้มีโอกาสที่จะไปทำนิวไฮรอบ 7 ปี เพราะนอกจากไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติแล้ว ยังเป็นตัวเร่งให้ธุรกิจในชุมชนต่างจังหวัด ซึ่งเป็นลูกค้าหลักขยายตัวอีกด้วย แต่โอกาสเป็นไปได้แค่ไหน ต้องติดตาม!
*** ราคาพุ่งเฉียดซิลลิ่ง แตะนิวไฮรอบ 2 ปี 4 เดือน
ราคาหุ้น บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER เปิดตลาดวันนี้ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดของวันที่ 13.10 บาท เฉียดระดับซิลลิ่งที่ 13.20 บาท และทำนิวไฮในรอบ 2 ปี 4 เดือน
ทั้งนี้ หากนับจากราคาต่ำสุดในวิกฤตรอบนี้ที่ SINGER ลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 3.62 บาท ไปเมื่อ 19 มี.ค. 63 เทียบกับราคาสูงสุดเช้านี้ถือว่าปรับขึ้นมาแล้วถึง 261.88% ภายในเวลาเพียง 3 เดือน ก่อนจะปิดตลาดรอบเช้าไปที่ 13 บาท เพ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ +13.04% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นถึง 175.27% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้านี้
*** สาเหตุที่ทำให้หุ้นยังพุ่ง คือทิศทางกำไรที่เป็นขาขึ้น
ความพิเศษของ SINGER ก็คือในขณะที่หลายบริษัทได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในไตรมาส 2/63 บริษัทกลับมีพัฒนาการในเชิงบวกสวนทางอุตสาหกรรมทั้งในแง่ยอดขาย และ NPL
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า สำหรับ SINGER ในไตรมาส 2/63 มีประเด็นบวกเข้ามาสวนทางกับทิศทางเศรษฐกิจอย่างมาก ทำให้กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 100 - 110 ล้านบาท จากสาเหตุดังนี้
1) การขายสินค้าของ SINGER ที่ทำได้มากกว่าคาดเพราะนอกจากจะไม่ได้รับผลกระทบจากการปิดสาขาแล้ว ในช่วงมาตรการ Lockdown ยังทำให้ยอดขายเครื่องปรับอากาศ(คิดเป็น 1 ใน 3 ของรายได้รวม) ขายดีขึ้นอย่างมาก จากปกติ 4,000 ตัว เป็น 7,000 ตัว
2) สัญญาณ NPL ดีกว่าคาด โดยแนวโน้มมีโอกาสลดลง QoQ ทั้งธุรกิจเช่าซื้อที่คาดว่ากำลังจะลดลงไปต่ำกว่า 10% และ ขณะที่ธุรกิจ C4C ยังทรงตัวระดับต่ำเช่นเดิมที่ 0.5% เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นองกรค์ในธุรกิจ Logistics ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำกัด หนุนให้ NPL รวมลดลงจาก 8.1% ในไตรมาสก่อนมาเป็น 7%
3) สินเชื่อใหม่ของธุรกิจ C4C ยังปล่อยได้ใกล้เคียงเป้าหมายที่ 400 -500 ล้านบาทต่อไตรมาส
*** กำไรปีนี้ยกฐาน จ่อทำนิวไฮรอบ 7 ปี
ด้วยโควิด-19 ทำให้เกิดพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป การลดจำนวนพนักงาน และการลดค่าจ้าง ทำให้แรงงานส่วนใหญ่เริ่มย้ายถิ่นฐานกลับไปใช้ชีวิตในต่างจังหวัดมากขึ้น ยิ่งเป็นผลดีต่อ SINGER โดยเฉพาะการขยายตัวของเศรษฐกิจในต่างจังหวัด
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า ธุรกิจเช่าซื้อจะได้ผลดีในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จากพฤติกรรม New Normal ทำให้การขยายตัวของธุรกิจภาคชุมชนจะหนุนสินค้ากลุ่ม Commercial เช่น ตู้แช่, ตู้เติมน้ำมัน
และจากการที่บริษัทเห็นทิศทางนี้ ทำให้บริษัทมีเป้าเพิ่มทีมขายแฟรนไชส์ของบริษัทเติบโตมากจาก 1.2 พันคน เป็น 2 พันคนภายในสิ้นปีนี้ เมื่อรวมผลดีสองประเด็นนี้ จะทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 - 4/63 เติบโตจากระดับ 30 - 40 ล้านบาท ในปีก่อน มาเป็น 50 - 60 ล้านบาทต่อไตรมาส
ดังนั้นจึงปรับเพิ่มประมาณการยอดขาย และกำไรสุทธิปีนี้อีก 7% และ 50% ตามลำดับ เป็น 2,938 ล้านบาท(+24%) และ 325 ล้านบาท(+96%) ตามลำดับ ถือเป็นการทำนิวไฮรอบ 7 ปี นับตั้งแต่ปี 56 ที่มีกำไรสุทธิ 321 ล้านบาท หนุนให้กำไรในปี 62 - 65 โตเฉลี่ย 34% CAGR
*** ประเด็นธปท.จ่อคุมดอกเบี้ยไม่กระทบ
ต้องยอมรับหุ้นการเงินในขณะนี้ถูกความกังวลจากประเด็น ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ที่อาจออกมาขอให้ธุรกิจกลุ่มสินเชื่อลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อลง แต่ประเด็นนี้มีผลต่อ SINGER แค่ไหนกัน ?
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า ปัจจุบันธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อสินค้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ภายใต้การดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) จึงไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นนี้ ขณะที่ดอกเบี้ยเรียกเก็บจากธุรกิจ C4C ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 15% ซึ่งต่ำกว่าเพดานที่ 24%
*** แม้จะปรับราคาเป้าหมายขึ้นแล้ว ก็แทบไม่เหลืออัพไซด์
จากแนวโน้มผลประกอบการที่ดี และราคาหุ้นที่เคยถูกกว่ากลุ่มอย่าง SAWAD และ MTC ทำให้ราคาหุ้นปรับขึ้นมาได้ต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันอาจต้องคิดให้ดี เพราะแม้ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง จะปรับราคาเป้าหมายปี 63 ขึ้นมาเป็น 14 บาท คิดเป็น Forward P/E ที่ 17.5 เท่า แล้วก็ตาม แต่ราคาหุ้นในปัจจุบันไต่ขึ้นมาทำให้แทบไม่เหลืออัพไซด์แล้ว
ซึ่งหากเทียบกับ SAWAD และ MTC ที่ปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ 20-22 เท่า และมีกำไรขยายตัวอยู่ที่เฉลี่ย 10-15% คิดเป็นมีส่วนลดที่ 10-25%
ดูเหมือนนักลงทุนจะกรูกันเข้ามาแย่งซื้อหุ้น SINGER กันทันทีที่ธุรกิจเริ่มมีแนวโน้มพุ่งกระฉูด แต่ราคาหุ้นที่ขึ้นมาแรง 261.88% แบบนี้ นักลงทุนอาจต้องกลับมาพิจารณาให้ดีว่าเรามองเห็นโอกาสช้าไปแล้วหรือเปล่า? แล้วในการเติบโตของ SINGER ยังมีโอกาสอะไรที่คนอื่นยังมองไม่เห็นอีกบ้าง?
No comments:
Post a Comment