Pages

Showing posts with label เป็น. Show all posts
Showing posts with label เป็น. Show all posts

Tuesday, September 29, 2020

ภูเก็ตเตรียมโรงแรมเป็น ALQ 1,200 ห้อง พร้อมรับนักท่องเที่ยว - ข่าวไทยพีบีเอส

santalimadua.blogspot.com

จ.ภูเก็ต เตรียมความพร้อมโรงแรมที่เสนอเป็นที่กักตัวกว่า 1,200 ห้อง เพื่อรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทั้งทางน้ำและทางอากาศ รวมจะต้องเข้าสถานกักตัวที่เตรียมไว้ครบ 14 วันและตรวจหาเชื้อ โรงแรมที่เข้าร่วม ระบุการเสนอเป็นสถานกักตัวอย่างน้อยช่วยให้มีรายได้

ลูกเรือและกัปตันเรือ 65 คน ที่กักตัวในโรงแรมรีเซนต้า จ.ภูเก็ต หลังจากเข้าประเทศด้วยเรือขนส่งสินค้าจะต้องมากักตัวที่โรงแรมแห่งนี้ และจะทำการตรวจหาเชื้อโรค COVID-19 ด้วยการสวอปที่จะดำเนินการ 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการติดต่อของโรค โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ดำเนินการใช้งบของท้องถิ่นเพื่อเช่าพื้นที่โรงแรม ปรับปรุงภายในเพื่อเป็นสถานที่กักตัวลูกเรือและกัปตันเรือ โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 สำหรับผู้ที่เดินทางเรือที่ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค.นี้

นายปิยะพร โยธี ผู้อำนวยการกองสาธารณะสุขจังหวัดภูเก็ต ระบุว่า ช่วงระหว่างรองบปี 2564 ได้ใช้งบจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย 3 ล้านบาท เพื่อดำเนินการต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี เนื่องจากยังมีลูกเรือและกัปตันบนเรืออีกหลายลำที่จะเดินทางเข้าน่านน้ำไทย

ด้านนายอินดิรา เนาว์ไพร ผู้จัดการโรงแรมรีเซนต้า จ.ภูเก็ต ระบุว่า การปรับปรุงโรงแรมให้เป็นสถานที่กักตัว ทำให้โรงแรมมีรายได้เข้ามาต่อเนื่อง เฉลี่ยเดือนละ 600,000 บาท แต่ต้องลงทุนปรับปรุงโรงแรม โดยเฉพาะระบบติดตั้ง CCTV ที่ต้องติดตามตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ให้ผู้กักตัวออกนอกพื้นที่ รวมถึงการรักษาความสะอาดในพื้นที่การอบรมพนักงานที่ต้องดูแลทั้งผู้กักตัวและตัวเองไม่ให้ติดโรค ซึ่งที่ผ่านมา รับลูกเรือและกัปตันแล้ว 500 คน ยังไม่พบการติดเชื้อโรค COVID-19

สำหรับโรงแรมอื่นๆที่จะยื่นเป็นสถานกันตัวทางเลือก (ALQ) เพื่อจะรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจาก ศบค. เห็นชอบให้ 6 กลุ่มเดินทางเข้าประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม Special Tourist Visa (STV) กรณีกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา แจ้งว่าจะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเช่าเหมาลำจากจีนเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตวันที่ 8 ต.ค.นี้ จำนวน 150 คน

นพ.ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่า ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งจากทาง ศบค. ว่าจะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เดินทางเข้ามาในวันดังกล่าว แต่ขณะนี้ทางภูเก็ตก็เตรียมความพร้อมไว้ ตั้งแต่ที่สนามบินภูเก็ต และโรงแรมที่เป็นการประเมินเป็น ALQ หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบโรงแรมเพิ่มอีก 4 แห่ง

จนขณะนี้ จ.ภูเก็ต มีโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ และผ่านการตรวจประเมินแล้ว 9 แห่ง รวม 1,200 กว่าห้อง เพื่อรองการรับผู้เดินทางพร้อมกับมาตรการคัดกรองผู้เดินทางไม่ให้มีการแพร่ระบาดโรค COVID-19

ขณะเดียวกันยังมีรายงานจากการท่าอากาศยานภูเก็ต ว่า ในช่วง 7 วันนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่าจะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มใดเดินทางเข้าในภูเก็ต แต่ก็ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้ โดยเฉพาะการคัดกรองนักท่องเที่ยวที่สนามบินอย่างเข้มงวด

ล่าสุด มีโรงแรมที่ขอยื่นเข้าเป็นสถานที่กักตัวทางเลือกในต่างจังหวัด 73 แห่ง จำนวน 5,802 ห้อง โดยมีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมคู่สัญญากับโรงแรมจำนวน 2 แห่ง รองรับผู้ป่วยได้ 5,200 ห้อง และมีโรงพยาบาลของจังหวัดเสนอเข้าร่วมเพิ่มอีก 1 แห่ง มั่นใจว่าจะรองรับนักท่องเที่ยวได้

 

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 30, 2020 at 06:16AM
https://ift.tt/3n2q6lA

ภูเก็ตเตรียมโรงแรมเป็น ALQ 1,200 ห้อง พร้อมรับนักท่องเที่ยว - ข่าวไทยพีบีเอส
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog

Monday, September 28, 2020

ดูดวง 4 ราศี แนะเสริมดวง พลิกร้ายเป็นดี ลุ้นรับโชคลาภ - ไทยรัฐ

santalimadua.blogspot.com

ดวง 4 ราศีจะมีโชคมีลาภเงินก้อนเข้ามา เรื่องร้ายจะกลายเป็นดี มีลาภผลหรือโชคแบบไม่คาดฝัน ทุกอย่างกำลังจะไปได้สวย หมั่นทำบุญเยอะๆ บริจาคทาน จะทำให้สิ่งที่คิดสำเร็จและสมหวังโดยเร็ว เตรียมตัวเป็นเศรษฐีได้เลย

ชาวราศีมิถุน (เกิดระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน - 14 กรกฎาคม)

ชาวราศีมิถุนให้โฟกัสว่าเราต้องการอะไรแน่ มุ่งไปสู่สิ่งที่ต้องการ ศึกษาเข้าใจการเงินของเราให้ชัดเจน จะได้ควบคุมการเปลี่ยนแปลงได้ ให้เสริมดวงชะตาด้านการเงินและโชคลาภให้สมปรารถนา ถวายผลไม้และขนมหวานแก่องค์พระพิฆเนศ

ชาวราศีสิงห์ (เกิดระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม - 16 กันยายน)

ชาวราศีสิงห์ถ้าการเงินช่วงนี้สะดุด จะต้องจับตาแก้เกมอย่างเฉียบคม เหตุอาจสืบเนื่องมาจากภาระเก่าส่งผลต่อเนื่องมา จะยังไงก็ไม่ควรละเลยสถานการณ์ การขยับเดินหนึ่งขั้นตอนจะช่วยให้เงินเริ่มไหล และเริ่มคลี่คลาย เสริมดวงให้แคล้วคลาดจากอุปสรรคปัญหา ไหว้สักการะท้าวมหาพรหมด้วยมะพร้าว กล้วยหอม

ชาวราศีกันย์ (เกิดระหว่างวันที่ 17 กันยายน - 16 ตุลาคม)
ชาวราศีกันย์ดวงเงินช่วงนี้ทำให้อนาคตมั่นคงขึ้น ทำอะไรรอบคอบมากๆ ไว้ใจแต่ตัวเอง ประหยัดไว้ก่อน การลงทุน ให้กู้ยืม ค้ำประกันอาจยังไม่ปลอดภัย เสริมดวงความสำเร็จและโชคลาภ ทำบุญตักบาตรด้วยอาหารประเภทเส้น วุ้นเส้น ฝอยทอง น้ำดื่ม

ชาวราศีพิจิก (เกิดระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน - 15 ธันวาคม)

ดวงการเงินชาวราศีพิจิกกำลังสมดุลดี หาเงินเก่ง เป็นช่วงเงินหมุนเวียน เงินต่อเงิน หรืออาจหมายถึงเก็บเงินไม่อยู่ เก็บเป็นทรัพย์สินที่มั่นคงดีกว่า ถ้าเห็นว่าสมควรได้รายได้เพิ่มก็สามารถเจรจาต่อรอง ถ้านิ่งจะอยู่อย่างเดิม แนะเสริมดวงชะตาด้านลาภผลและรายได้ ไหว้สักการะพระแม่ธรณีด้วยผลไม้ น้ำหวาน และดอกไม้กลิ่นหอม

สนับสนุนรายงานดวงฉบับพิเศษโดย www.horoworld.com
ดูดวงสด โทร. 1900-1900-46 (15 บาทต่อนาที)

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 29, 2020 at 09:01AM
https://ift.tt/3cGp6Ps

ดูดวง 4 ราศี แนะเสริมดวง พลิกร้ายเป็นดี ลุ้นรับโชคลาภ - ไทยรัฐ
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog

อันเดรีย ปิร์โล : ไม่อยากเป็นโค้ช สู่กุนซือความหวังใหม่ของยูเวนตุส - ไทยรัฐ

santalimadua.blogspot.com
คาร์โล อันเชล็อตติ - อันโตนิโอ คอนเต 2 กุนซือที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ ปิร์โล เจริญรอยตาม
คาร์โล อันเชล็อตติ - อันโตนิโอ คอนเต 2 กุนซือที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ ปิร์โล เจริญรอยตาม

เสียบแทน "ซาร์รี" หลังรับงานคุมยูเวนตุส ยู-23 แค่ 9 วัน

แต่ใครจะรู้ว่าหน้าที่อันยิ่งใหญ่จะพุ่งเข้าใส่คนที่ไม่เคยคิดว่าอยากเป็นโค้ชอย่าง ปิร์โล ซึ่งเพิ่งได้เข้ามาคุมทีมยูเวนตุส ชุดยู-23 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่แล้วในวันที่ 8 สิงหาคม "ม้าลาย" ที่เพิ่งปลด เมาริซิโอ ซาร์รี ตกเก้าอี้กุนซือใหญ่หลังพาทีมแพ้ โอลิมปิก ลียง ตกรอบ 16 ทีมในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ก็เลือกที่จะให้โอกาสกับเขา แม้ไม่เคยผ่านงานกับสโมสรใดมาก่อน

อันเดรีย ปิร์โล ถูกดันจากโค้ชทีมชุดยู-23 ขึ้นมาเป็นกุนซือทีมชุดใหญ่ของ ยูเวนตุส ภายในเวลาแค่ 9 วัน
อันเดรีย ปิร์โล ถูกดันจากโค้ชทีมชุดยู-23 ขึ้นมาเป็นกุนซือทีมชุดใหญ่ของ ยูเวนตุส ภายในเวลาแค่ 9 วัน

อันเดรีย อันเญลลี ประธานสโมสรเผยถึงเหตุผลที่มอบงานนี้ให้ว่า เขาพร้อมที่จะเสี่ยงอีกครั้งเหมือนตอนที่เขาเลือก อันโตนิโอ คอนเต ที่ผ่านการคุมแต่ทีมเล็กอย่าง อาเรซโซ, บารี, อตาลันตา และ เซียนา ก่อนได้แชมป์ลีก 3 สมัยในปี 2012-2014

ต่อด้วยการเลือก มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี ที่ได้แชมป์ลีกเพียงครั้งเดียวกับ เอซี มิลาน มารับช่วงต่อจาก คอนเต ก่อนนำ ยูเว ได้แชมป์ลีกต่อเนื่องอีก 5 สมัยในปี 2015-2019 และยังได้แชมป์โคปปาอิตาเลียอีก 4 สมัย รวมถึงเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก อีก 2 ครั้ง แม้จบแค่รองแชมป์ทั้งหมดก็ตาม

ไม่เพียงเท่านั้น บอสใหญ่ของเบียงโคเนรียังต้องการส่งเสริมแบรนด์ยูเวนตุสให้แข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นการเข้ามาของ "อิล มาเอสโตร" ที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ของอดีตนักเตะระดับตำนานของสโมสรและทีมชาติอิตาลีที่คนทั่วโลกให้การยอมรับ ก็น่าจะช่วยเพิ่มแรงดึงดูดสำหรับต่อยอดในด้านการตลาดได้

แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือ ปิร์โล เข้าใจวัฒนธรรมของสโมสรเป็นอย่างดี และยังรู้จักตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับสโมสรที่เขาเคยร่วมงานในสมัยค้าแข้งยุครุ่งเรืองของวงการลูกหนังอิตาลีทั้ง อินเตอร์ มิลาน และเอซี มิลาน อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถเป็นตัวเชื่อมระหว่างลูกทีมกับผู้เล่นอาวุโสของ "ม้าลาย" อย่าง จานลุยจิ บุฟฟอน, จอร์โจ คิเอลลินี กับ เลโอนาร์โด โบนุชชี ที่เคยเล่นด้วยกันมาก่อนและรู้มือกันเป็นอย่างดีได้ ซึ่ง อันเญลลี ต้องการให้เขาเข้ามาปลุกสปิริตและความสามัคคีที่ขาดหายไปในยุคของ ซาร์รี ให้กลับคืนมาอีกครั้ง

เมาริซิโอ ซาร์รี ยังมีบารมีไม่มากพอที่จะทำให้ คริสเตียโน โรนัลโด เชื่อฟังได้
เมาริซิโอ ซาร์รี ยังมีบารมีไม่มากพอที่จะทำให้ คริสเตียโน โรนัลโด เชื่อฟังได้

ด้วยชื่อเสียง, บุคลิก และคุณสมบัติต่างๆ ในตัวปิร์โล ทำให้เขาน่าจะเป็นที่ยอมรับของนักเตะได้ไม่ยาก โดยเฉพาะดาราประจำทีมอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด ที่เคยมีข่าวไม่ลงรอยกับเจ้านายคนก่อนอย่าง ซาร์รี ซึ่งยังมีบารมีไม่มากพอที่จะทำให้ยอดดาวเตะโปรตุกีสเคารพเชื่อฟัง 

ทั้งหมดนี้ อันเญลลี จึงคาดหวังกับการเดิมพันครั้งนี้อยู่ลึกๆ ว่าโมเดลที่สโมสรผลักดันตำนานนักเตะขึ้นมาเป็นกุนซือจะประสบความสำเร็จแบบเดียวกับ บาร์เซโลนา ที่ได้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เข้ามาเนรมิต 14 แชมป์ในระหว่างปี 2008-2012 หรือ เรอัล มาดริด ที่ให้ ซีเนดีน ซีดาน เข้ามาพาทีมคว้าถ้วย 11 ใบในปี 2016 ถึงปัจจุบัน

จบโปรไลเซนส์แค่ 6 วันก่อนเปิดฤดูกาล เซเรีย อา

กระนั้นทั้ง เป๊ป และ ซีดาน ยังมีโอกาสเก็บเลเวลกับการคุมทีมสำรองของสโมสรก่อน โดย เป๊ป ได้เริ่มงานกับ บาร์เซโลนา เบ ในปี 2007-2008 ก่อนขึ้นไปแทนที่ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด ส่วน "ซิซู" ก็เริ่มต้นด้วยการเป็นผู้ช่วยของ อันเชล็อตติ ในทีม "ราชันชุดขาว" เมื่อปี 2013 จากนั้นก็มีเวลาฝึกปรือวิชากับ เรอัล มาดริด กาสตีญา ในปี 2014-2016 ก่อนสืบทอดตำแหน่งแทน ราฟา เบนิเตซ

ผิดกับ ปิร์โล ที่ยังไม่ทันได้เริ่มงานกับทีมยูเวนตุส ชุดยู-23 แม้แต่เกมเดียว ก็ถึงคราวปุ๊บปั๊บรับโชคถูกดันขึ้นไปประเดิมงานแรกกับทีมชุดใหญ่ทันที แน่นอนว่าตัวเขาเองก็คงไม่ได้เตรียมใจเพื่อเจอสิ่งนี้มาก่อน เพราะเขาเพิ่งจะเริ่มอบรมโค้ชในระดับยูฟ่า โปรไลเซนส์ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งต้องเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรให้ครบ 240 ชั่วโมง และหลักสูตรนี้ก็กินระยะเวลาราว 1 ปี

แต่ก็นับว่า ยูเวนตุส ยังโชคดีท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 ที่ทำให้ฤดูกาล 2020-2021 กลับมาเปิดช้ากว่าเดิม 1 เดือน เพราะกุนซือที่จะคุมทีมในลีกสูงสุดของอิตาลีได้ต้องมีใบประกาศนียบัตรการอบรมโค้ชระดับโปรไลเซนส์ก่อน และปิร์โล ก็เพิ่งจะจบหลักสูตรเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา หรือก่อนที่ "ม้าลาย" จะลงเล่นนัดแรกของ กัลโช เซเรีย อา ซีซั่นนี้เพียง 6 วัน 

ปิร์โล ต้องเริ่มคุมทีม
ปิร์โล ต้องเริ่มคุมทีม "ม้าลาย" ลงซ้อม ทั้งที่ยังไม่ทันจบหลักสูตรโปรไลเซนส์

แม้จะถูกกดดันด้วยเวลาที่บีบคั้น แต่ ปิร์โล ก็ยังไม่หวั่นไหวกับสถานการณ์ พร้อมกับฝากผลงานด้วยการทำคะแนนสอบครั้งสุดท้ายก่อนจบหลักสูตรได้ถึง 107 คะแนน จากคะแนนเต็ม 110 คะแนน มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในบรรดาคนที่อบรมรุ่นเดียวกัน เป็นรองแค่ ติอาโก ม็อตตา เพื่อนร่วมทีมชาติอิตาลีชุดรองแชมป์ยูโร 2012 เท่านั้น

เรนโซ อูลิเวียรี ประธานสมาคมผู้ฝึกสอนแห่งอิตาลี (เอไอเอซี) ซึ่งเป็นผู้ควบคุมหลักสูตรที่ ปิร์โล เข้ารับการอบรม ได้พูดถึงโค้ชมือใหม่ไฟแรงว่า "เขามีความรู้และความเข้าใจในเกมฟุตบอลมากกว่าโค้ชอีกหลายคนที่ทำงานมานานหลายปีเสียอีก เขามีทั้งความมุ่งมั่น, ฉลาดหลักแหลม และยังสามารถวิเคราะห์ความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของวงการฟุตบอลได้ ปิร์โล คือ คนที่มีวิสัยทัศน์ในการมองไปข้างหน้าอย่างแท้จริง"

ซึ่งในช่วง 1 วันก่อนจบหลักสูตรโปรไลเซนส์ อดีตเพลย์เมกเกอร์เท้าชั่งทองก็มีโอกาสได้ทดลองวิชาที่เรียนรู้มาในเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่นที่ ยูเว สอนเชิง โนวารา ทีมในระดับเซเรีย ซี ไปด้วยสกอร์ 5-0 ซึ่งหลังจบเกมเขาได้ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการทำทีมของตัวเองว่า "ทีมของผมจะต้องเล่นเกมรุกด้วยความดุดัน และเมื่อเสียบอลแล้วจะต้องกระตือรือร้นในการแย่งกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด นั่นคือสิ่งที่เราเน้นหนักมาก"

ปิร์โล สะท้อนคาแรกเตอร์ของตัวเองสมัยเป็นนักเตะในการถ่ายทอดแท็กติกเมื่อมาเป็นกุนซือ
ปิร์โล สะท้อนคาแรกเตอร์ของตัวเองสมัยเป็นนักเตะในการถ่ายทอดแท็กติกเมื่อมาเป็นกุนซือ

ปิร์โล ได้หยิบยก บาเยิร์น มิวนิก ที่ชนะทั้ง 11 นัดตลอดรายการก่อนผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วมาถอดบทเรียนว่า นี่คือตัวอย่างของทีมที่ประสบความสำเร็จด้วยวิธีการเล่นแบบรุกไล่เอาบอลกลับมาอยู่ในการครอบครองให้ได้โดยใช้เวลาน้อยที่สุด และนั่นเป็นคาแรกเตอร์ที่เขาต้องการจะใส่ให้กับลูกทีม

"อิล มาเอสโตร" ยังบอกอีกว่ายุทธวิธีที่เขาชื่นชอบคือ "โททัล ฟุตบอล" หรือรูปแบบการเล่นที่มีหัวใจสำคัญคือ ผู้เล่นทุกคนสามารถทดแทนตำแหน่งและบทบาทการเล่นได้หมด ไม่ว่าจะเป็นกองหน้า กองกลาง และกองหลัง

ซึ่งทีมที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับไอเดียในการทำงานโค้ชของเขามีทั้ง บาร์เซโลนา ภายใต้การคุมทีมโดย โยฮัน ครัฟฟ์ (ปี 1988-1996) และ เป๊ป กวาร์ดิโอลา (ปี 2008-2012), อาแจกซ์ ในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล (ปี 1991-1997), เอซี มิลาน ที่มีแม่ทัพเป็น คาร์โล อันเชล็อตติ (ปี 2001-2009) และ ยูเวนตุส ซึ่งมี อันโตนิโอ คอนเต เป็นนายใหญ่ (ปี 2011-2014)

เพียงแค่แมตช์แรกกับการคุมทีมอย่างเป็นทางการในศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี นัดเปิดฤดูกาล 2020-2021 ที่ "ม้าลาย" เปิดบ้านถล่ม ซามพ์โดเรีย 3-0 ปิร์โล ก็แสดงให้เห็นว่ารูปแบบการทำทีมที่เขาว่ามานั้น สามารถหยิบมาใช้และได้ผลจริง ซึ่งสะท้อนด้วยสถิติการครองบอล 62 เปอร์เซ็นต์, สัมผัสบอลทั้งเกม 910 ครั้ง, ผ่านบอลทั้งหมด 728 ครั้ง สำเร็จถึง 653 ครั้ง คิดเป็น 90 เปอร์เซ็นต์, มีการเข้าปะทะ 18 ครั้ง เสียฟาวล์ 15 ครั้ง, เคลียร์บอล 18 ครั้ง, ตัดบอลได้ 17 ครั้ง และเข้ามาซ้อนเมื่อเสียการครองบอล 47 ครั้ง

"ม้าลาย" ภายใต้การทำทีมนัดแรกของ ปิร์โล ครองเกมเหนือกว่า ซามพ์โดเรีย ชัดเจน

และนัดล่าสุดที่แม้ว่าจะบุกไปเสมอ โรมา 2-2 โดยเหลือผู้เล่น 10 คนในช่วงเกือบครึ่งชั่วโมงสุดท้าย แต่ ยูเวนตุส ก็ยังครองบอลได้เหนือกว่าที่ 57 เปอร์เซ็นต์, สัมผัสบอลทั้งเกม 773 ครั้ง, ผ่านบอลทั้งหมด 601 ครั้ง สำเร็จถึง 534 ครั้ง คิดเป็น 89 เปอร์เซ็นต์, มีการเข้าปะทะ 13 ครั้ง เสียฟาวล์ 9 ครั้ง, เคลียร์บอล 7 ครั้ง, ตัดบอลได้ 14 ครั้ง และเข้ามาซ้อนเมื่อเสียการครองบอล 28 ครั้ง

ยูเวนตุส ไล่ตีเสมอ โรมา 2-2 แบ่งแต้มกลับบ้านได้ แม้เหลือ 10 คนในช่วงที่ตามหลัง 1-2
ยูเวนตุส ไล่ตีเสมอ โรมา 2-2 แบ่งแต้มกลับบ้านได้ แม้เหลือ 10 คนในช่วงที่ตามหลัง 1-2

แม้เบียงโคเนรีจะทำแต้มหล่นหายไป 2 คะแนน แต่ คริสเตียโน โรนัลโด ที่ยิงคนเดียว 2 ประตูช่วยเซฟ 1 แต้มให้กับทีมก็พูดถึงการร่วมงานกับ ปิร์โล ว่าดูดีมีชีวิตชีวา และน่าจะมีผลงานในสนามที่ดีกว่ายุคของ ซาร์รี พร้อมกับเชื่อว่าทีมจะมุ่งไปสู่เป้าหมายในการคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 10 ติดต่อกันได้

ซึ่งคำชื่นชมนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้านายคนใหม่ให้สัมภาษณ์ออกสื่อว่าเขาอาจจะไม่ได้ลงสนามทุกนัด และต้องเข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องถูกดร็อปในบางนัด เพื่อรักษาสภาพร่างกายที่ล่วงเลยมาถึงวัย 35 ปีแล้วด้วย

"เรากำลังอยู่ในช่วงออกสตาร์ตของฤดูกาลใหม่ ภายใต้โค้ชคนใหม่และไอเดียใหม่ๆ แต่ผมสามารถมองเห็นได้ว่าการทำงานภายในทีมกำลังไปได้สวย พวกเรามีความกระตือรือร้นกันมากขึ้น และผมก็เห็นอนาคตที่สดใสรอเราอยู่ ซึ่งสิ่งที่เราสัมผัสได้ในตอนนี้คือทุกคนมีความสุขจากการทำงานภายใต้รอยยิ้ม" ยอดดาวยิงทีมชาติโปรตุเกส เล่าถึงบรรยากาศในการเป็นลูกทีมของอดีตห้องเครื่องทีมชาติอิตาลี ผ่านทาง สกาย สปอร์ตส อิตาเลีย

โรนัลโด มีความสุขในการทำงานร่วมกับ ปิร์โล มากกว่า ซาร์รี
โรนัลโด มีความสุขในการทำงานร่วมกับ ปิร์โล มากกว่า ซาร์รี

แต่ตอนนี้เส้นทางสายกุนซือของ อันเดรีย ปิร์โล เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งเขาจะประสบความสำเร็จและกลายเป็นตำนานของวงการลูกหนังเช่นเดียวกับสมัยที่เป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสได้หรือไม่ กาลเวลาเท่านั้นที่จะเป็นผู้ให้คำตอบ

เรื่อง : ชัช บางแค

กราฟิก : Theerapong Chaiyatep

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 29, 2020 at 06:00AM
https://ift.tt/33aokXE

อันเดรีย ปิร์โล : ไม่อยากเป็นโค้ช สู่กุนซือความหวังใหม่ของยูเวนตุส - ไทยรัฐ
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog

ยังเป็นวิถีเดิม - ไทยรัฐ

santalimadua.blogspot.com

ฟุตบอลลีกไทยที่กลับมารีสตาร์ตเตะกันใกล้จะครบ 1 เดือนแล้ว ซึ่งก็เป็นการเล่นในแบบนิวนอร์มอล เข้าสมัยของการคุมเข้มในมาตรการด้านสาธารณสุข เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งก็มีระเบียบเพิ่มเติมเข้ามามากมาย อันเป็นภาวะแวดล้อมเพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปได้

ก็ต้องยอมรับว่าบ้านเรายังดีกว่าลีกใหญ่ๆ ชั้นนำของโลกอย่างพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลาลีกา สเปน และกัลโช ของอิตาลี ที่นอกจะมีการถ่ายทอดสดให้ชมกันเต็มอิ่มแล้ว เรายังสามารถเปิดสนามให้แฟนบอลเข้ามาชมได้ แม้ว่าจะมีการจำกัดจำนวนคนดู และผู้ที่อยู่ในสนามได้ก็ตาม เทียบกันแล้วก็ยังดีกว่าหลายขุม

ส่วนประเด็นของเม็ดเงิน ที่เป็นปัญหาหนัก มาถึงตอนนี้ดูจะผ่อนคลาย ซึ่งไม่ได้หมายความว่าได้เงินกลับมาใช้กันเหมือนเก่าแล้ว แต่คงเป็นเพราะชาชินและแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไปตามแต่หน้าตักของสโมสร เมื่อเริ่มเตะก็ย่อมโฟกัสไปที่เกมกันก่อน เรื่องอื่นก็ซุกๆไว้ว่ากันทีหลัง

เมื่อเกมกลับมาเตะ เนื้อแท้ของเกมฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นในแบบวิถีใหม่ หรือวิถีเก่าก็ตาม ความเข้มข้นของเกมและการอยู่รอดของสโมสรในลีกก็ย่อมอยู่ที่ผลของการแข่งขัน ซึ่งกลไกส่วนนี้ย่อมต้องมีกระบวนการ การกำกับดูแล และควบคุมที่มีประสิทธิภาพ

ก็น่าดีใจที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯเอง แสดงออกซึ่งความพยายามที่จะปรับปรุงสิ่งต่างๆให้ดีขึ้น โดยมีการปรับโครงสร้างการบริหารของ บ.ไทยลีกใหม่ รวบรวมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชน เข้ามาร่วมเป็นกรรมการ คงจะได้เห็นโครงสร้างและมีการประกาศระบุตัวบุคคลออกมาแล้ว

ขณะที่เครื่องไม้เครื่องมือที่จะช่วยในการควบคุม ดูแล การแข่งขันให้มีประสิทธิภาพและสร้างความมั่นอกมั่นใจอย่าง “วีเออาร์” นายกสมาคม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เอง ก็ยืนยันมาแต่ต้นว่าจะมีใช้ในไทยลีก 1 ครบทุกคู่

ก็นับว่าภาพของฟุตบอลลีกไทยดูดีไม่น้อย

แต่ภาพกับความเป็นจริงดูจะไม่ไปทางเดียวกัน เรื่องเดิมๆยังกลับปรากฏอยู่ซ้ำซาก ไม่ได้ลดน้อยหายลงไปแต่อย่างไร

ฟุตบอลลีกไทยกลับมาเตะราวๆ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงมีการร้องเรียนเรื่องการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินอยู่สม่ำเสมอ มีการตัดสินลงโทษไปแล้ว 1 ครั้ง ในคู่ของ เมืองทอง ยูไนเต็ด กับสมุทรปราการ เอฟซี มาล่าสุดก็มีการร้องอีกจากทีมนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

เรื่องของผู้ตัดสิน หากยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่น เชื่อถือ ต่อให้วีเออาร์จับภาพทุกกระเบียดนิ้ว ทุกคู่ทุกสนาม จะวาดฝันให้เห็นถึงความตั้งอกตั้งใจเพียงใด จริงใจแค่ไหน

มันก็เปล่าประโยชน์!

วิถีใหม่ของฟุตบอลที่ต้องการ คงไม่ใช่เรื่องอะไรที่ซับซ้อน เลิศเลอ แต่เป็นพื้นฐานอันเรียบๆ ง่ายๆกับการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินนี่แหละ

นี่สะท้อนได้ว่า นิวนอร์มอลยังไม่เกิดกับลูกหนังไทย...

“เบี้ยหงาย”

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 29, 2020 at 05:01AM
https://ift.tt/2HFx53S

ยังเป็นวิถีเดิม - ไทยรัฐ
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog

สาวโวย อส.อ้างเป็นตำรวจ บุกห้องพัก ขออึ๊บ ให้ค่าขนม 2 พัน - ไทยรัฐ

santalimadua.blogspot.com

ผจก.สาวหอบหลักฐานร้องสื่อ โวยถูก อส.อ้างเป็นตำรวจ บุกห้องพักขอร่วมหลับนอน แถมส่งรูปตำรวจข่มขู่ เบ่งเป็นเจ้านายตัวเอง สาวรับสุดกลัวโร่แจ้งความ แต่ตำรวจไม่รับ เพราะคิดเป็นเรื่องชู้สาว

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ระบุว่า "เตือนภัยค่ะในพัทยา ผู้ชายคนนี้แอบอ้างเป็นตำรวจ ส่งข้อความมาที่เจ้าของหอว่า ตนค้าของผิดกฎหมาย มียาเสพติดไว้ในครอบครอง เพื่อต้องการสืบว่า ตนอยู่ที่ห้องหรือเปล่า ก่อนหน้านี้สองเดือน ผู้ชายคนนี้มาเคาะประตูที่ห้องและเข้ามาเพื่อจะขอมีเพศสัมพันธ์ เมื่อวานไปแจ้งความที่โรงพักนาจอมเทียน แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ เพราะเขาคิดว่าเป็นเรื่องชู้สาว ซึ่งตนไม่เคยรู้จักกับผู้ชายคนนี้มาก่อน ใครพบเห็นผู้ชายคนนี้แจ้งเบาะแสให้หน่อย เป็นบุคคลอันตรายค่ะ เค้าแอบอ้างว่าเป็นตำรวจ ส่งรูปนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาข่มขู่ด้วย"

ล่าสุดเวลา 21.00 น. วันที่ 28 ก.ย.63 น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี เจ้าของโพสต์ดังกล่าว ได้นำหลักฐานต่างๆมาให้ผู้สื่อข่าว พร้อมเล่าเหตุการณ์ว่า ตนเป็นผู้จัดการเขตบริษัทผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ ก่อนหน้านี้วันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ชายคนนี้เข้ามาที่ห้องพักและเคาะประตู พอไปเปิดเขาก็ดันตนเข้ามาในห้อง และขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย ซึ่งตนได้พลักเขาออกไป เพราะไม่รู้จัก ล่าสุดวานนี้ (27 ก.ย.) เขาผ่านมาที่หน้าหอพักและเอาเบอร์จากหน้าหอพัก ส่งข้อความไปให้เจ้าของหอพักว่า เขาเป็นตำรวจและต้องการตรวจค้นห้องตน เพราะในห้องมีสิ่งของผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าตนกลับมาที่ห้องให้ทางเจ้าของหอพักแจ้งกับเขาทันที เพราะถ้าตนอยู่ห้องเขาก็จะมาหาตนทันที 

น.ส.เอ เล่าต่อว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนกลัวมาก เพราะตนอยู่คนเดียว ส่วนสาเหตุที่เขาทำแบบนี้นั้น เขาอาจชอบตน แต่ตนไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว นอกจากนั้นเขายังเคยส่งรูปนายตำรวจมาข่มขู่ตนว่า เป็นนายของเขา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 วัน ชายดังกล่าวที่บุกเข้าห้อง น.ส.วรารัตน์ ได้แต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจมาป่วนที่ สภ.เมืองพัทยา โดยมีการโชว์บัตรถือวิทยุสื่อสาร เบื้องต้นทราบชื่อแล้วว่า คือ นายพลพรรค จิตรบรรจง ซึ่งเป็นอาสาตำรวจงานป้องกันปราบปราม สภ.นาจอมเทียน รหัส 7214 และได้ถูกทาง สภ.นาจอมเทียน มีหนังสือคำสั่งปลดออกจากอาสาตำรวจงานป้องกันปราบปราม ไปเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสถานีตำรวจเดียวกันกับที่ น.ส.วรารัตน์ ไปแจ้งความ แล้วไม่รับแจ้ง เพราะคิดว่าเป็นเรื่องชู้สาว

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 29, 2020 at 04:07AM
https://ift.tt/3i5qPio

สาวโวย อส.อ้างเป็นตำรวจ บุกห้องพัก ขออึ๊บ ให้ค่าขนม 2 พัน - ไทยรัฐ
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog

Sunday, September 27, 2020

ยุโรป ใกล้สรุปกรอบกฎหมายที่เป็นรูปธรรม ในอุตสาหกรรมคริปโท - efinanceThai

santalimadua.blogspot.com

          คณะกรรมาธิการยุโรป ใกล้สรุปกรอบกฎหมายในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี สำหรับประเทศสมาชิก โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการออก stablecoins

          คณะกรรมาธิการยุโรป  (European Commission : EC) องค์กรฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมาว่า EC ได้นำเสนอแพ็คเกจการเงินดิจิทัลใหม่อย่างเป็นทางการซึ่งรวมถึงการเงินดิจิทัล และกลยุทธ์การชำระเงินรายย่อย ตลอดจนข้อเสนอทางกฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล และนับเป็นครั้งแรกที่ทาง EC ได้เสนอกฎหมายใหม่ที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล

          ข้อเสนอทางกฎหมายใหม่ดังกล่าว EC ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ stablecoins ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลประเภทหนึ่งที่ตรึงมูลค่าไว้กับการอ้างอิงภายนอก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ หรืออัลกอริทึม โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อแนะนำข้อกำหนดที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับผู้ออก stablecoin ในแง่ของเงินทุน สิทธิของผู้ลงทุน และการกำกับดูแล

          EC มีเป้าหมายที่จะกำหนดให้ผู้ออก stablecoin ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่มีอำนาจในประเทศ หากจำนวนเงินที่คงค้างของ stablecoin เกินกว่า 5 ล้านยูโร (5.8 ล้านดอลลาร์) นอกจากนี้ EC ต้องการให้ผู้ออกสินทรัพย์ดิจิทัล เผยแพร่ White Paper แต่จะยกเว้นสำหรับองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลาง

          ปัจจุบันแพ็คเกจนี้อยู่ภายใต้การพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติของ EC,รัฐสภายุโรปและสภายุโรป


         ที่มา : cointelegraph

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 27, 2020 at 06:32PM
https://ift.tt/3cDDZlB

ยุโรป ใกล้สรุปกรอบกฎหมายที่เป็นรูปธรรม ในอุตสาหกรรมคริปโท - efinanceThai
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog

เฟซบุ๊กพยายามล็อบบี้แอปเปิลให้ Messenger เป็นตัวเลือกแอปดีฟอลต์ใน iPhone - Blognone

santalimadua.blogspot.com

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงบน iOS คือผู้ใช้สามารถเลือกแอปอีเมลและเบราว์เซอร์แบบดีฟอลต์เป็นแอปอื่นนอกจาก Mail และ Safari ของแอปเปิลได้ ทำให้เฟซบุ๊กกำลังพยายามล็อบบี้แอปเปิล เพื่อให้ Facebook Messenger เป็นตัวเลือกแอปดีฟอลต์บน iOS ด้วย

Stan Chudnovsky รองประธานบริษัทที่ดูแลแอป Messenger บอกว่าผู้ใช้งานสมควรจะต้องมีตัวเลือกสำหรับแอปส่งข้อความดีฟอลต์ในเครื่อง และสำหรับนักพัฒนาแอปส่งข้อความบน iOS แล้วมันไม่ได้เป็นการแข่งขันที่เท่าเทียมเลย และหากแอปเปิลเลือกใช้วิธีเดียวกับแอนดรอยด์ การแข่งขันบน iOS ก็น่าจะเป็นธรรมมากขึ้น

No Description

นอกจากนี้ Chudnovsky ถูก The Information ถามด้วยว่า คิดว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้แอปเปิลไม่ยอมเปลี่ยนท่าทีให้ปรับแอปส่งข้อความดีฟอลต์ได้ ซึ่งเจ้าตัวก็คาดว่าเป็นเพราะแอปส่งข้อความ (iMessage) เป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายฮาร์ดแวร์ (iPhone/iPad)

อย่างไรก็ตามหากแอปเปิลยอม จะมีเรื่องของการเปลี่ยนแอปที่รับ SMS ในเครื่องด้วย ซึ่งหากมองในแง่ความปลอดภัย การเปลี่ยนให้แอปอื่นในเครื่องเข้าถึง SMS ที่เป็นตัวเลือกในการส่งข้อมูลยืนยันตัวตน ก็อาจทำให้แอปเปิลเลือกจะไม่ยอมก็เป็นได้

ที่มา - The Information via MacRumors

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 27, 2020 at 11:11PM
https://ift.tt/307Zd67

เฟซบุ๊กพยายามล็อบบี้แอปเปิลให้ Messenger เป็นตัวเลือกแอปดีฟอลต์ใน iPhone - Blognone
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog

Saturday, September 26, 2020

เปิดผลโพลดูคะแนนนิยม "นักการเมือง-พรรค" คนส่วนใหญ่ชี้ไม่มีใครเหมาะเป็นนายกฯ! - โพสต์ทูเดย์

santalimadua.blogspot.com

เปิดผลโพลนิด้าสำรวจคะแนนนิยมนักการเมือง-พรรคการเมือง คนส่วนใหญ่54.13% มองยังไม่มีคนเหมาะสมเป็นนายกฯ ขณะที่คะแนนนิยมพรรคพลังประชารัฐ-เพื่อไทย ลดลง

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18 – 23 กันยายน 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,527 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง การสำรวจอาศัย การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 54.13 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

อันดับ 2 ร้อยละ 18.64 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะ เป็นคนจริงจังกับการทำงาน ทำงานตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์ บ้านเมืองสงบไม่วุ่นวาย ช่วยเหลือประชาชนได้จริง ขณะที่บางส่วนระบุว่า อยากให้ดำรงตำแหน่งต่อไป

อันดับ 3 ร้อยละ 10.57 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคเพื่อไทย) เพราะ มีประสบการณ์การทำงาน บริหารงานที่ผ่านมาได้ดี พูดจริง ทำจริง และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว

อันดับ 4 ร้อยละ 5.70 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ อยากได้คนรุ่นใหม่มาบริหารประเทศ เป็นคนที่มีความคิดที่ทันสมัย มองการณ์ไกล และชื่นชอบนโยบายพรรค

อันดับ 5 ร้อยละ 3.92 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะ เป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริง ทำจริง มีความซื่อสัตย์ และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว

อันดับ 6 ร้อยละ 1.54 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคกล้า) เพราะ มีวิสัยทัศน์ที่ดี มีความเป็นผู้นำ มีความสามารถทางด้านเศษฐกิจ ขณะที่บางส่วนระบุว่า มีความเข้าใจการเมืองทั้งแบบเก่าและแบบใหม่

อันดับ 7 ร้อยละ 1.07 ระบุว่าเป็น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) เพราะ ชอบผลงาน ของพรรคเพื่อไทย ชื่นชอบนโยบายด้านเศรษฐกิจ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย

ร้อยละ 4.00 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ (พรรคเศรษฐกิจใหม่), นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์), นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย), นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ), นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนา), นายชวน หลีกภัย, นายอานันท์ ปันยารชุน, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และน.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) และร้อยละ 0.43 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2 เดือนมิถุนายน 2563 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, นายกรณ์ จาติกวณิช และไม่ตอบ/ไม่สนใจ มีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 41.59 ระบุว่าเป็น ไม่สนับสนุน พรรคการเมืองใดเลย

อันดับ 2 ร้อยละ 19.39 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย

อันดับ 3 ร้อยละ 12.70 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล

อันดับ 4 ร้อยละ 12.39 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ

อันดับ 5 ร้อยละ 7.44 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์

อันดับ 6 ร้อยละ 1.70 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย

อันดับ 7 ร้อยละ 1.58 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย

อันดับ 8 ร้อยละ 0.79 ระบุว่าเป็น พรรคกล้า

อันดับ 9 ร้อยละ 0.59 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อชาติ

อันดับ 10 ร้อยละ 0.55 ระบุว่าเป็น ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

อันดับ 11 ร้อยละ 0.36 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา

อันดับ 12 ร้อยละ 0.28 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนา และพรรคประชาชาติ ในสัดส่วนที่เท่ากัน

อันดับ 13 ร้อยละ 0.24 ระบุว่าเป็น พรรครวมพลังประชาชาติไทย

อันดับ 14 ร้อยละ 0.12 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจใหม่

และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ คะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2 เดือนมิถุนายน 2563 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทย, พรรคก้าวไกล, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคกล้า, พรรคเพื่อชาติ, พรรคเศรษฐกิจใหม่ และไม่ตอบ/ไม่สนใจ มีสัดส่วนลดลง

ซึ่งในขณะที่ผู้ที่ระบุว่า พรรคภูมิใจไทย, พรรคชาติพัฒนา, พรรคประชาชาติ, พรรครวมพลังประชาชาติไทย และไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น และผู้ที่ระบุว่า พรรคชาติไทยพัฒนา มีสัดส่วนเท่าเดิม

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 27, 2020 at 08:12AM
https://ift.tt/337Zxno

เปิดผลโพลดูคะแนนนิยม "นักการเมือง-พรรค" คนส่วนใหญ่ชี้ไม่มีใครเหมาะเป็นนายกฯ! - โพสต์ทูเดย์
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog

"มาร์ช" ผงาดความเป็นเพลย์บอย เปิดโลกใหม่ ไม่ยึดติดบทบาท - ไทยรัฐ

santalimadua.blogspot.com

จับพระเอกตี๋หน้าใส “มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล” มาร่วมก๊วนซ่าส์กับหนุ่มแก๊ง “เป็นต่อ” ที่มาปลุกวิญญาณเสือในตัว มาร์ช ผงาดความเป็นเพลย์บอยเต็มขั้นห้อมล้อมด้วยสาวๆ สุดเซ็กซี่กับบท “ต้น” ในซิทคอมสุดฮิต “เป็นต่อ” Uncensored ตอน “สำมะเล เพลย์บอย” บน LINE TV ทำเอา มาร์ช เผยเหมือนได้เปิดโลกใบใหม่ เล่าว่า...

“คือโลกที่ผมเจอมาแล้วมาเจอกับพี่ๆพวกนี้ เหมือนผมเหมือนแค่เรียนรู้ไป 10 เปอร์เซ็นต์ของโลกใบนี้ (หัวเราะ) เป็นต่อเป็นซีรีส์ที่คู่คนไทย แล้วผมเรียนโรงเรียนชายล้วนมา แทบจะโตมากับ “เป็นต่อ” แต่ไม่ได้คิดว่าวันนึงจะได้มีโอกาสมาเล่นกับพี่ๆ เค้า ถ้าถามว่าทำไมเค้าถึงเลือกเรา คงเป็นคาแรกเตอร์มากกว่า หน้าผมคงเรียบร้อย ตรงกับคาแรกเตอร์ ต้นในเรื่อง ดูเป็นคุณหนูเรียบร้อยไม่ค่อยสนใจทางโลก ชอบถ่ายรูป ต้น เป็นหลานเจ้าของอาณาจักรเพลย์บอย แต่เค้าไม่อยากสืบทอดต่อเพราะเค้าไม่ชอบปาร์ตี้ไม่ชอบกินเหล้าเพราะเค้าเจอมาตั้งแต่เด็กๆ แต่วันหนึ่งแก๊งเป็นต่อเข้ามาในชีวิตของลุงเรา แล้วลุงก็ไหว้วาน อยากให้เปลี่ยนหลานเค้า ให้มาบริหารเพลย์บอยให้ได้ เลยเป็นความวุ่นวายเกิดเป็นเรื่องราว และมีพาร์ตความรักของผมกับนางเอก และมีความรักสามเส้า”

ความพลิ้วของแก๊ง ‘เป็นต่อ’ พอเรามาเล่นด้วยจริงๆ มันยังไง?

“เอาจริงๆ ผมเขินมาก คือสาวๆ สวยหุ่นดี มั่นใจ พอเข้าฉากจริงๆ มันเขินไม่เคยเล่นอะไรขนาดนี้ ตัดภาพไปดูพี่ๆเค้าชิลเลย เค้าเป็นอย่างนั้นเลย (หัวเราะ) เค้าอยู่กับตัวละครมาเป็น 10 ปี แทบจะเป็นตัวเค้าไปแล้ว อ่านบทแล้วดีดนิ้วเล่นได้เลย เรากดดันเพราะไม่อยากทำให้พี่ๆเค้าสะดุด เค้าเล่นเค้าไหลลื่นมาก ผมเลยพยายามทำการบ้านเต็มที่ ทุกวันนี้กลายเป็นเราก็สนิทกับพี่ๆเค้า เป็นความสัมพันธ์พ่อลูก (ยิ้ม) เรานั่งคุยกันมันไม่มีช่องว่างระหว่างวัย เข้ากันได้ เราดีใจมากๆ ที่ได้รู้จักพี่ๆ เค้าและโชคดีที่ได้เล่นเรื่องนี้ เป็นต่อภาคนี้มีความเซ็กซี่ขึ้น และมีพาร์ตความรักตัวละครผม นิยามเรื่องนี้คือแก่นของคำว่า เพลย์บอย คือคำว่า เพลย์บอย มันไม่ใช่แง่ลบเสมอไป อย่างเจ้าของที่นี่เค้าเล่าให้คนเขียนบทฟังว่าเพลย์บอยคืออะไรแล้วเค้าก็เอามาถ่ายทอดว่า ไม่ใช่การสำมะเลเทเมา ปาร์ตี้ผู้หญิงเยอะๆอย่างเดียว เราปาร์ตี้สนุกมีผู้หญิงห้อมล้อมได้แต่ทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานการให้เกียรติคนรอบข้าง ให้เกียรติผู้หญิง”

แล้วกับตัวละคร ต้น หลังจากเสือในตัวถูกปลุกล่ะยากมั้ย?

“ยากนะ มันเหมือนดีดนิ้วแล้วเปลี่ยนเลย แต่พี่นก-จิรศักดิ์ สอนเราเยอะมาก เค้าเอาประสบการณ์ต่างๆมาสอนเรา ส่วนฉากนัวเนียสาวๆ ไม่เยอะนะครับ เป็นมุมกล้องวิธีการถ่ายทำมากกว่า แต่ก็เกร็ง (ยิ้ม) สาวๆเค้ามืออาชีพ”

พี่ๆ มาสอนวิธีให้ไม่ต้องเกร็งสาวๆ มั้ย?

“(ยิ้ม) เค้าก็เขินเหมือนกัน ตอนผมแซวพี่ชาคริตว่าเล่นให้ผมดูหน่อยเค้าก็เขิน พอมันเจอสาวๆเยอะๆมามองเราใครๆ ก็เขินครับ ของผมเองก็มีหลุดเยอะ เป็นเพลย์บอยมันต้องไม่ยิ้มเขิน ชีวิตจริงไม่เจอขนาดนี้”

กลัวภาพเราจะดูเป็นหนุ่มเจ้าชู้มั้ย?

“ไม่ครับผมว่ามันคือต้น ไม่ใช่ตัวผมเอง จริงๆผมเป็นคนสนุกสนานนะ แต่แบบต้นเพลย์บอยก็จะโหดไป”

นอกจากในฉาก แก๊งเป็นต่อสอนอะไรบ้าง?

“สำหรับด้านการแสดง ผมดีใจที่ได้ร่วมงานกับพี่คริต เราเคยดูผลงานเค้า รู้สึกว่าเค้าเป็นคนเก่งมาก คือเป๊ะมากว่าวิธีการทำงานเค้าเล่นยังไงมองยังไง เอามาปรับใช้กับตัวเอง เค้าเก่งจริงๆ เค้าดีดนิ้วแล้ว คือเป็นต่อเลย ส่วนในมุมการใช้ชีวิต คือเราเรียนโรงเรียนชายล้วนมา มันมีความสัมพันธ์แบบผู้ชายที่มันจูนกันเร็ว พี่ๆ เค้ายังมีความวัยรุ่นน่ารักให้เราเสมอ”

ปกติเป็นคนชอบผู้หญิงเซ็กซี่มั้ย?

“เป็นปกติของผู้ชายมั้งครับ แต่เราไม่ได้ไปมองเค้าถึงขั้นคุกคามเค้า”

เรื่องสาวๆ ชีวิตจริงตอนนี้ล่ะ?

“ก็เรื่อยๆ ครับ ก็ไม่ได้เปิดตัวอะไร สำหรับที่ไม่ได้หวือหวาไม่เกี่ยวกับว่าต้องเป็นคนนอกวงการหรือในวงการนะ เรื่องความรักบางที เราคิดว่าเรารู้จักมันแล้วแต่จริงๆ เรายังไม่รู้จักมันดี ถ้าคบกับใครตอนนี้จริงๆ มันก็เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนนะ มันต้องมั่นคง เข้าใจกัน ซัพพอร์ตกัน”

บทบาทที่ได้รับหลากหลายขึ้น?

“ผมรู้สึกโชคดีมากครับ ชีวิตอยู่กับการแสดง นับจากวันแรก ถึงวันนี้ก็ 8 ปี มองตัวเองก็โตขึ้นเยอะนะครับ เปลี่ยนไปเยอะมาก ขอบคุณเส้นทางตัวเองที่พามาถึงเส้นทางนี้ได้ ทุกๆสิ่งบ่มเพาะมาจนเราโตขึ้น ทุกวันนี้มันคืออาชีพมากขึ้น จากใหม่ๆเราปรับตัวไม่ได้ ทุกวันนี้ก็ปรับตัวได้จนมองว่าหน้าที่เราคือนักแสดง โฟกัสตรงนี้ อะไรที่เราไม่เคยคิดว่าจะเป็นตรงนี้ก็พาเรามาอยู่ตรงนี้และเราก็รักมัน”

จากนักแสดงซีรีส์วัยรุ่นต้องก้าวมาพิสูจน์ความเป็นพระเอกละครยากมั้ย?

“ผมไม่ได้มองว่าต้องเป็นพระเอก อย่างผมอ่านบท และว่าอยากเป็นตัวนี้และมันท้าทายเราก็อยากเล่น บางเรื่องเป็นตัวร้ายก็ได้ ไม่ได้ยึดติด เราไม่ได้อยากเล่นแบบเดียว อย่างซิทคอมเรามาเล่นเพราะเรารู้สึกได้มีส่วนร่วมกับคาแรกเตอร์”.

ซุป'ตาร์ ดาวดัง

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 27, 2020 at 07:01AM
https://ift.tt/2G6fnWC

"มาร์ช" ผงาดความเป็นเพลย์บอย เปิดโลกใหม่ ไม่ยึดติดบทบาท - ไทยรัฐ
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog

Friday, September 25, 2020

ทนายรณณรงค์ อึ้ง เด็กถูกครูจิกหัวเป็นคนในหมู่บ้าน พ่อแม่จ่ายเป็นแสนค่าเรียน - Sanook

santalimadua.blogspot.com

ทนายดัง เผย เด็กอนุบาล 1 ถูกครูสาวทำร้าย ที่แท้เป็นเด็กในหมู่บ้าน พ่อแม่จ่ายเป็นแสนแต่ลูกเจอครูจิกหัว

จากกรณีกลุ่มผู้ปกครองเด็กอนุบาล 1 เข้าแจ้งความที่ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ให้ดำเนินคดีกับครูสาวโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี พร้อมนำคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่ทางโรงเรียนติดไว้ในห้องเรียน เหตุการณ์ครูทำร้ายร่างกายเด็กอายุ 3 ขวบ มาเป็นหลักฐาน

ล่าสุด (25 ก.ย.) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่า 1 ในเด็กที่โดนครูจิกหัว อาศัยอยู่ในหมู่บ้านของตนเอง ทั้งที่พ่อแม่จ่ายค่าเทอมเป็นแสน แต่ลูกของตัวเองต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้

"สรุปเด็กที่โดนครูจิกหัวที่โรงเรียน เป็นเด็กในหมู่บ้านผมนี่เอง จ่ายเป็นแสนให้ครูมาจิกหัวเด็ก ผู้ปกครองจะแห่ย้ายที่เรียนกันอีกแน่"  ทนายรณณรงค์ ระบุ

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 26, 2020 at 07:40AM
https://ift.tt/2G13rWf

ทนายรณณรงค์ อึ้ง เด็กถูกครูจิกหัวเป็นคนในหมู่บ้าน พ่อแม่จ่ายเป็นแสนค่าเรียน - Sanook
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog

Wednesday, September 23, 2020

เปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นเอทิลีน - ไทยรัฐ

santalimadua.blogspot.com

เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์หรือเชื้อเพลิงฟอสซิลที่กำลังร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกนับว่าเป็นสิ่งท้าทายให้มนุษย์เปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิต โดยเฉพาะการเปลี่ยนรูปแบบของพลังงาน มีความพยายามพัฒนาวัสดุใหม่ๆ ช่วยในการลดภาวะโลกร้อนแบบที่ไม่ต้องพึ่งพาการสกัดเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีอยู่อย่างจำกัด

เมื่อเร็วๆ นี้ทีมวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย หรือแคลเทค และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส หรือยูซีแอลเอ ในสหรัฐอเมริกา ได้แสดงให้เห็นถึงวิธีใหม่ที่ให้แนวโน้มในการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซเอทิลีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเอทิลีนจัดว่าเป็นสารเคมีสำคัญที่ใช้ในการผลิตพลาสติก ตัวทำละลายเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สำคัญอื่นๆ มากมายทั่วโลก ทีมได้พัฒนาสายทองแดงขนาดนาโนที่มีพื้นผิวรูปทรงพิเศษเพื่อใช้เร่งปฏิกิริยาทางเคมีที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

จริงๆ แล้วแนวคิดในการใช้ทองแดงเพื่อเร่งปฏิกิริยานี้มีมานานแล้ว แต่กุญแจสำคัญคือการเร่งอัตราเพื่อให้เร็วเพียงพอสำหรับการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมจากยูซีแอลเอ เผยว่า การทดลองผสมผสานให้สมบูรณ์และวิเคราะห์เชิงทฤษฎีนี้ ได้นำเสนอแนวทางในการรีไซเคิลก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงหนทางใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน.

Credit : Yu Huang and William A. Goddard III

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 24, 2020 at 08:01AM
https://ift.tt/3mMg3kG

เปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นเอทิลีน - ไทยรัฐ
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog

กว่าจะเป็นนางเอกดัง "มิน พีชญา" ทิ้งความกลัวเปลี่ยนสาวขี้อายให้เป็นสาวมั่น - ไทยรัฐ

santalimadua.blogspot.com

คำกล่าวที่ว่า “ทุกการเปลี่ยนแปลง มีสิ่งดีๆรออยู่” น่าจะจริง เพราะกว่าจะเป็นนางเอกดังที่มั่นใจ มิน พีชญา วัฒนามนตรี น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเธอเคยผ่านช่วงวัยรุ่นที่แสนจะเครียด เก็บกด และว้าวุ่น มิน ยอมเผยจุดเปลี่ยนที่ก้าวมาเป็นคนมั่นใจ ผ่านรายการ THE SOUND OF HAPPINESS ฟัง × เล่า = ความสุข วาไรตี้ทอล์คและพอดแคสต์เรื่องราวสุขภาพจิตที่สนุกและเข้าใจง่าย วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน เวลา 19.30 น. ที่ JOOX เท่านั้น

“มิน พีชญา” เผยว่า “ตอนเด็กมินเป็นคนค่อนข้างขี้อาย ไม่กล้า เคยต้องออกไปพูดหน้าห้อง จำได้เลยว่าเสียงสั่นสุดๆ พูดอยู่แล้วเป็นลมไปเลย หลังจากวันนั้นโดนเพื่อนล้อตลอด บ่อยครั้งเข้าก็ทำให้เราเกิดความเครียด จนวันหนึ่งมานั่งตกตะกอนกับตัวเองว่า ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้แล้วนะ ไม่อยากเป็นมินเวอร์ชันล้มเหลว จะเป็นคนใหม่ จะสู้แล้ว หลังจากวันนั้นเลยหัดพูดหน้ากระจกเป็นพันๆครั้ง จนการสอบพูดครั้งต่อไปเราพูดได้ ไม่เป็นลมแล้ว เพื่อนจึงเลิกล้อ

จุดเปลี่ยนอย่างหนึ่งในชีวิตคือ เป็นวันที่คุณพ่อคุณแม่พูดเรื่องให้ไปเรียนต่อต่างประเทศอีกครั้ง หลังจากเขาพูดเรื่องนี้กับเรามา 5-6 ปีแล้ว และเราร้องไห้ทุกครั้งเพราะไม่อยากไป วันนั้นก็ร้องไห้อีกเหมือนเดิม แต่ตัดสินใจว่า เอาล่ะลองดูสักตั้ง พอไปถึงอเมริกาวันแรก ตื่นมาร้องไห้เลย ไปโรงเรียนตอนนั้นยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ด้วย ทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนไปหมด ไม่เหมือนที่เราเคยเจอ 3 เดือนแรกทุกคืนจะฝึกภาษากับตัวเอง เปิดดิกชันนารีแทบทุกเล่มที่มี เพราะอยากเรียนให้ทันเพื่อน สุดท้ายก็ผ่านมาได้ เราเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดและอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง

พอกลับมาเมืองไทยกลายเป็นคนใหม่เลย เป็นมินที่กล้าพูด กล้าถาม กล้าที่จะลงมือทำ ไม่กลัวอะไรง่ายๆอีกแล้ว เลยยิ่งชัดเจนในความคิดของเราว่า จากนี้ไปเราอย่าไปคิดว่าจะเจอกับอะไร แต่ให้คิดว่าเราจะสนุกกับอะไร เพราะธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนมีสกิลในการเอาตัวรอดอยู่แล้ว สู้เข้าไว้อะไรที่ยังไม่เก่งก็ทำไปก่อน แล้ววันหนึ่งเราจะแข็งแรงและเก่งเอง”

มิน พีชญา ยังทิ้งท้ายและฝากให้กำลังใจคนที่กำลังเจอกับปัญหาว่า “ในทุกๆวันเรามักจะมีโจทย์ใหม่ๆเข้ามาให้ตัดสินใจและเลือกทางเดินในชีวิต เราแค่ตัดสินใจให้ดีที่สุดบนพื้นฐานข้อมูลที่เรามี ลงมือทำ ทดลองอะไรใหม่ๆ เติบโตและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เชื่อว่าเราจะผ่านมันไปได้ไม่ว่าจะเรื่องอะไร อย่าลืมว่าเรามีคุณค่า ครอบครัวเรามีคุณค่า สังคมรอบตัวเรามีคุณค่า ไม่ว่าใครจะพูดอะไร สำคัญที่สุดคือเราไม่ลืมว่าเราเป็นใคร”.

อ่านเพิ่มเติม...

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 24, 2020 at 07:01AM
https://ift.tt/3cxewKv

กว่าจะเป็นนางเอกดัง "มิน พีชญา" ทิ้งความกลัวเปลี่ยนสาวขี้อายให้เป็นสาวมั่น - ไทยรัฐ
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog

Tuesday, September 22, 2020

ส.ศิวรักษ์ : "ถ้าปล่อยให้สถาบันฯเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มหัศจรรย์ ในโลกสมัยนี้จะอยู่ไม่ได้" - บีบีซีไทย

santalimadua.blogspot.com

ส.ศิวรักษ์

สุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักวิชาการกษัตริย์นิยมอาวุโส ชี้กลางวงเสวนาของกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร สถาบันพระมหากษัตริย์จะดำเนินต่อไปได้ "ต้องทรงด้วยพระเกียรติยศ"

เมื่อ 22 ก.ย. คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองการสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดงานเสวนาภายใต้หัวข้อปฏิรูปการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน กรุงเทพมหานคร โดยเชิญนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส. ศิวรักษ์ และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เป็นผู้ตอบคำถามจากผู้เข้าร่วมซึ่งได้แก่ตัวแทนแกนนำจากกลุ่มประชาชนปลดแอก กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มไทยภักดี ภาคีนักศึกษาศาลายา สถาบันทิศทางไทย

นายปิยบุตรเห็นว่าการเสวนาครั้งนี้เป็นนิมิตหมายอันดีในการเริ่มต้นสร้างบทสนทนาในประเด็นที่คนคิดต่างให้ได้มาร่วมพูดคุยกันเขากล่าวว่าการปฏิรูปเท่ากับราชอาณาจักรมีกษัตริย์ปกครองในระบอบประชาธิปไตยเช่นเดิม แต่เปลี่ยนเนื้อหาไส้ในใหม่ เราจะคงรูปเดิมอย่างไร ให้ไส้ในพัฒนาไปกับสังคมยุคใหม่

"เชื่อว่าไม่มีใครอยากย้อนกลับไปอยู่ภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เราต้องเริ่มตั้งหลักจากประชาธิปไตย หลักใหญ่ใจความคืออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนและการมีรัฐสภา เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างประชาชนกับการปกครอง"

"ธรรมศาสตร์จะไม่ทน

นายปิยบุตรแสดงความคิดเห็นว่าปริมาณการวิพากษ์วิจารณ์ที่มีมากขึ้น มาจากสถานการณ์การเมืองหลังปี 2549 เนื่องจากสถาบันกษัตริย์ถูกอ้างไปยึดโยงสนับสนุนกลุ่มหนึ่ง ทำให้อีกกลุ่มไม่พอใจ และเขาไม่เห็นด้วยกับการให้คดีหมิ่นประมาททุกประเภทเป็นคดีอาญา

"ข่าวปลอมควรรับมือด้วยเสรีภาพทางการแสดงออก เพื่อที่ทุกคนจะได้ถกเถียงกันได้อย่างเสรี ตรวจสอบได้ว่าสิ่งใดจริง สิ่งใดเท็จ กฎหมายหมิ่นประมาททั้งระบบ ไม่ว่าจะหมิ่นประมุข เจ้าหน้าที่รัฐ ศาล เจ้าพนักงาน วัตถุโบราณ และบุคคลธรรมดา ควรเอาออกจากกฎหมาย อาญา แล้วไปใช้แพ่งแทน เพราะสัดส่วนความผิดไม่มากพอให้ติดคุก" ปิยบุตรอธิบาย

ปิยบุตร แสงกนกกุล

ตัวแทนจากกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวว่า เมื่อพูดถึงประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เรามักจะอ้างถึง constitutional monarchy ของอังกฤษ ซึ่งแบ่งเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่ทรงประสิทธิภาพคือรัฐบาล และส่วนที่ทรงเกียรติก็คือสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยตั้งคำถามว่าจะมีวิธีการปฏิรูปอย่างไรบ้าง

ส. ศิวรักษ์ ตอบว่าสถาบันพระมหากษัตริย์จะดำเนินต่อไปได้ต้องทรงด้วยพระเกียรติยศแต่ต้องไม่มีอำนาจ

"กรณีของประเทศญี่ปุ่นชัดเจนเลย หลังเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 อเมริกายังรักษาสถาบันกษัตริย์ของญี่ปุ่นเอาไว้ ก่อนที่จะเกิดสองครามโลกครั้งที่ 2 กษัตริย์ญี่ปุ่นได้รับการเปรียบเทียบว่าสืบเชื้อสายมาจากพระอาทิตย์เจ้าและแต่ต้องไม่ได้ แต่อเมริกาเข้ามาเปลี่ยนให้ยังคงมีอยู่อย่างสมเกียรติแต่ไม่ให้มีอำนาจใด ๆ" ส. ศิวรักษ์ อธิบาย

"ถ้าปล่อยให้สถาบันฯ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มหัศจรรย์ ในโลกสมัยนี้จะอยู่ไม่ได้ ถ้าจะอยู่ได้ต้องมีแต่พระอิสริยะยศ ไม่มีอำนาจทางเงินตราหรือการเมือง"

ผู้ชุมนุมกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ

ปิยบุตรเห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ทั่วโลกต่างปรับตัวให้เข้ากับศตวรรษที่ 21 และประเทศไทยก็ควรปรับปรุงให้เข้ากับสมัยปัจจุบันเช่นกัน

เขาเสริมว่า คนรุ่นใหม่ ๆ เกิดมากับการตั้งคำถามและการท้าทาย โดยเฉพาะกับ สิ่งศักดิ์สิทธิ์

"อะไรก็ตามที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะเห็นได้ว่าจะถูกคนรุ่นใหม่ ๆ ท้าทายอยู่เสมอ ยิ่งทรงความศักดิ์สิทธิ์ไว้มากเท่าไหนก็จะถูกตั้งคำถามว่าจริงหรือเปล่า มีวิธีเดียวคือลดทอนความศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้คนเข้าถึงได้ พระราชอำนาจต้องลดลง เพราะยิ่งมีเยอะเท่าไหร่ ยิ่งต้องรับผิดชอบมากขึ้นเท่านั้น" ปิยบุตรกล่าว

ตัวแทนจากกลุ่มไทยภักดีตั้งคำถามว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ในปัจจุบันล้าสมัยอย่างไร ทำไมต้องได้รับการปฏิรูป และทำไมต้องอ้างปรัชญาหลักการปกครองจากชาติตะวันตก มาครอบกับความเป็นไทย อีกทั้งในสถานการณ์ปัจจุบัน มีความเร่งรีบขนาดไหนถึงต้องมาแก้ปัญหานี้ก่อนเรื่องเศรษฐกิจ หรือโควิด-19

นายปิยบุตรตอบว่า หน่วยที่นำความเป็นตะวันตกเข้ามาในประเทศไทยมากที่สุดคือ สถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น กฎมณเฑียรบาล การจัดระบบบริหารราชการแผ่นดินในสมัยรัชการที่ 5 หรือการร่างรัฐธรรมนูญ ต่างมีที่มาจากตะวันตกก

"ประเทศไทยไม่ได้เป็นไทยแท้โดยตลอด เราเป็นประเทศของการหยิบยืมจากที่อื่น ๆ และนำมาผสมผสานให้เป็นแบบของเรา อยากให้คิดว่าอะไรเกิดขึ้นที่ตะวันตกหรือตะวันออกแต่ให้คิดว่านี่คือคุณค่าสากลเช่นการสิทธิมนุษยชนหรือความเท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ" เขากล่าวปิดท้าย

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 23, 2020 at 04:07AM
https://ift.tt/3mMPJ9S

ส.ศิวรักษ์ : "ถ้าปล่อยให้สถาบันฯเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มหัศจรรย์ ในโลกสมัยนี้จะอยู่ไม่ได้" - บีบีซีไทย
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog

ปปง.ลุยสอบ'4แบงก์ไทย' ย้ำเป็นเรื่องละเอียดอ่อน - กรุงเทพธุรกิจ

santalimadua.blogspot.com

23 กันยายน 2563

471

ปปง. เตรียมสอบข้อเท็จจริง กรณี “4แบงก์ไทย” มีรายชื่อติดในเอกสาร “FinCEN” พัวพันโอนเงินผิดกฎหมาย ด้าน “เอ็กซิมแบงก์” ย้ำปฏิบัติตามกฎหมายทุกด้าน ยืนยันไม่พบรายการต้องห้าม ขณะ “หุ้นแบงก์” ร่วงยกแผง ด้าน “นักวิเคราะห์” เชื่อเป็นผลจากความกังวลหนี้เสียมาก

หลังจากมีการเผยแพร่เอกสารลับของเครือข่ายสืบสวนอาชญากรรมทางการเงินสหรัฐ หรือ FinCEN โดย สมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ(ICIJ) ซึ่งระบุว่า ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งทั่วโลกได้ปล่อยให้มีการโยกย้ายเงินผิดกฎหมายจำนวนมากเป็นเวลานานเกือบ 20 ปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์

โดยในจำนวนนี้ พบว่า มีธนาคารพาณิชย์ไทย 3 แห่ง และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐอีก 1 แห่ง รวมเป็น 4 แห่ง อาจมีกิจกรรมที่น่าสงสัยรวมทั้งสิ้น 92 ธุรกรรม มูลค่ารวม 41.3 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,239.26 ล้านบาท ล่าสุด ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เตรียมเข้าตรวจสอบรายการดังกล่าว ขณะที่ทาง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ยังไม่ออกมาให้ความเห็นใดๆ ในเรื่องนี้

พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กล่าวว่า ปปง.อยู่ระหว่างการเร่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ซึ่งยังไม่พร้อม ในการให้ข้อมูลหรือรายละเอียดในขณะนี้ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และจะสอบถามไปยังต้นทางของประเด็นข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ขณะที่ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ซึ่งมีรายชื่อเป็นหนึ่งในธนาคารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนเงินต้องสงสัย ระบุว่า EXIM BANK ขอชี้แจงว่า ธุรกรรมดังกล่าวเป็นกระบวนการทำงานปกติ ซึ่งธนาคารได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องครบถ้วนแล้ว และไม่พบรายการต้องห้าม ทั้งยังได้ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างครบถ้วน จึงได้ดำเนินธุรกรรมตามขั้นตอนปกติ

ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทยวานนี้(22ก.ย.) ปรับลดลงถ้วนหน้า นำโดย ธนาคารไทยพาณิชย์ ลดลง 3.37% ธนาคารกสิกรไทย ลดลง 3.16% ธนาคารกรุงเทพ ลดลง 2.99% ธนาคารกรุงไทย ลดลง 2.16% และ ธนาคารกรุงศรี ลดลง 0.51% ส่วนดัชนีหุ้นไทยวานนี้ลดลงเพียงเล็กน้อย 0.59% มาปิดตลาดที่ 1,267 จุด

นายภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ปรับตัวลดลงวานนี้ เป็นผลมาจากเซ็นติเมนท์เชิงลบของตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลงมากกว่า ซึ่งในส่วนของประเด็นกรณีธนาคารพาณิชย์หลายแห่งทั่วโลกอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนเงินผิดกฎหมาย 2 ล้านล้านเหรียญและมีกระแสข่าวว่า 4 ธนาคารไทยมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนั้น เชื่อว่าเรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจนออกมาแจ้งให้ทราบว่า มีความจริงเท็จมากน้อยแค่ไหน โดยฝ่ายวิจัยยังไม่ขอให้ความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มแบงก์น้อยกว่าตลาด เนื่องจากประเมินว่าแม้ราคาหุ้นกลุ่มแบงก์จะปรับตัวลดลงมามาก ซึ่งปัจจุบันมีการซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยราว 2 SD แต่มองว่าภาพรวมกลุ่มแบงก์ยังขาดปัจจัยกระตุ้นใหม่ๆโดยเฉพาะเรื่องการจ่ายเงินปันผลที่ยังต้องรอดูแบบทดสอบภาวะวิกฤติ (Stress Test) ที่กลุ่มแบงก์จะส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงเดือนต.ค.นี้ ก่อนพิจารณาเปิดทางให้หุ้นแบงก์กลับมาปันผลระหว่างกาลได้ และทำให้นักลงทุนอาจเลือกไปลงทุนหุ้นกลุ่มอื่นๆแทน

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า แรงกดดันหุ้นแบงก์ที่เพิ่มเข้ามาในช่วงนี้คือประเด็นความวิตกกังวลหนี้เสียที่จะกลับมาเพิ่มขึ้น หลังมาตรการช่วยเหลือของธปท.จะสิ้นสุดลง ประกอบกับใกล้ช่วงปิดงบแบงก์งวดไตรมาส 3/2563 ซึ่งกลุ่มแบงก์จะประกาศออกมาเป็นกลุ่มแรก จึงทำให้มีแรงขายลดความเสี่ยงออกมา

ทั้งนี้ยังคงให้น้ำหนักกลุ่มแบงก์เท่ากับตลาด พร้อมแนะนำให้เลือกซื้อหุ้นในกลุ่มรายตัว โดยแบงก์ที่ชอบได้แก่ BBL และ KKP เนื่องจากอัตราเงินปันผลค่อนข้างสูงและฐานะการเงินแข็งแกร่ง

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 23, 2020 at 07:00AM
https://ift.tt/2RTAGNm

ปปง.ลุยสอบ'4แบงก์ไทย' ย้ำเป็นเรื่องละเอียดอ่อน - กรุงเทพธุรกิจ
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog

Monday, September 21, 2020

'ท่านใหม่'ตอก'เจียม'เลอะเทอะ!'วังเทเวศร์'เป็นคนละสถานที่กับ'บ้านสี่เสาเทเวศร์' - ไทยโพสต์

santalimadua.blogspot.com

22 ก.ย.63- ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วังเทเวศร์ไม่ใช่บ้านสี่เสาเทเวศร์นะเจียม

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ไม่รู้ว่า "วังเทเวศร์" เป็นคนละสถานที่กับ "บ้านสี่เสาเทเวศร์" กรุณาหาข้อมูลให้ถูกต้องก่อนโพสต์อะไร

ป่านนี้ไก่วิ่งออกหมดเล้าแล้ว

แบบนี้ยังน่าเชื่อถือ กับขอมูล จากนายสมศักดิ์ เจียม กันอีกหรือครับ มโน โกหกตลอด เลอะเทอะ

ทั้งนี้นายสมศักดิ์ออกคำชี้แจงว่า  กระทู้นี้ ผมเขียนโดยวางอยู่บนพื้นฐานที่ "บ้านสี่เสา" มีความสำคัญ ไม่ควรจะรื้อทิ้งง่ายๆ แต่ข้อมูลที่ผมใช้อ้างอิงนั้น มาจาก "ข่าวสด" ซึ่งระบุว่า ตัวบ้านนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวังเก่า อย่างไรก็ตาม นอกจาก "ข่าวสด" แล้ว ไม่ปรากฎว่า มีหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นระบุเช่นเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมจึงใคร่สงวนความเห็นส่วนที่ว่า "บ้านสี่เสา" มาจากวังโบราณไว้ จนกว่าจะมีการยืนยันเป็นเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของบ้านดังกล่าว ไม่ได้ขาดหายไปแต่อย่างใด และผมยังเห็นว่า ไม่สมควรที่จะรื้อทิ้ง

ไม่ว่าเราจะคิดยังไงกับผู้อยู่อาศัย แต่ตัวบ้านเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

ถ้าเป็นกรณีทั่วๆไป จะไม่มีวันรื้อง่ายๆอย่างนี้.
 

Let's block ads! (Why?)



"เป็น" - Google News
September 22, 2020 at 08:33AM
https://ift.tt/2FIAcrg

'ท่านใหม่'ตอก'เจียม'เลอะเทอะ!'วังเทเวศร์'เป็นคนละสถานที่กับ'บ้านสี่เสาเทเวศร์' - ไทยโพสต์
"เป็น" - Google News
https://ift.tt/3eIAhHj
Home To Blog